ผ่านไปอย่างสวยงามกับการประชุมเครือข่าย “หยั่งรากจิตตปัญญาสู่สังคมสุขภาวะ” เวทีพบปะ แลกเปลี่ยน และเรียนรู้ร่วมกันของเครือข่ายการศึกษา เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ เชื่อมสัมพันธ์ ขับเคลื่อนงานจิตตปัญญาสู่การพัฒนาครู ผู้เรียน และสังคมให้เติบโตอย่างมีความสุข โดยจัดขึ้น ณ ห้องประชุม 101 อาคารประชาสังคมอุดมพัฒน์ สถาบันวิจัยประชากรและสังคม ม.มหิดล และมีการถ่ายทอดสดผ่านเพจเฟซบุ๊กศูนย์จิตตปัญญาศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา
เปิดงานด้วย Chatchawan Talk หัวข้อ “จิตตปัญญาศึกษา ศิลปะการดำรงอยู่ท่ามกลางโลกที่วุ่นวาย” โดย รศ.ดร.นพ.ชัชวาลย์ ศิลปกิจ ผู้อำนวยการศูนย์จิตตปัญญาศึกษา ม.มหิดล ท่ามกลางวิกฤตมากมายในโลกยุคนี้ อาจารย์บอกว่า “วิกฤตที่น่ากลัวมากคือวิกฤตด้านจิตวิญญาณ” ความรู้สึกเคว้งคว้างว่างเปล่าเกิดขึ้นได้กับทุกคนโดยไม่เลือกฐานะหรืออายุ ไม่ว่าจะเป็นวัยผู้ใหญ่ มีงานการมั่นคง มีบ้าน มีรถ ทำไมยังรู้สึกเคว้งคว้าง หรือคนรุ่นใหม่วัยเฟรช ต้องสร้างตัว ไขว่คว้าทำมาหากินเพื่อให้ได้บางสิ่งมา ยิ่งลำบากยิ่งรู้สึกเคว้งคว้าง
อาจารย์บอกว่า “การสร้างความมั่นคงภายในคือทางออก เริ่มจากการยอมรับ” ทำให้เรา “เห็น” โลกที่วุ่นวายและเต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลง แต่สามารถอยู่กับโลกแบบนี้ได้อย่างไม่กระทบและไม่เกิดอาการ “แพ้เสียงในหัว” นั่นเอง
นิยาม “ความสำเร็จ” คืออะไร การศึกษาให้อะไรกับสังคม
เมื่อระบบการศึกษาสอนให้มุ่งความสำเร็จ เรียนให้ดี สอบให้ได้ที่ 1 โดยไม่ยินดีต้อนรับความล้มเหลว มองว่าการไม่สำเร็จ = ความผิดพลาด เป็นการมองอย่างทวิภาวะ ไม่ขาวก็ดำ เท่ากับว่า เด็กโดนสอนให้แข่งขัน ต้องเป็นที่ 1 ให้ได้โดยไม่รู้ตัว อยู่กับคุณค่าเทียมของคำว่า “สำเร็จ”
อาจารย์ชัชวาลย์ชี้ว่า “เราต้องอยู่ให้ได้ทั้ง 2 ฝั่ง เรียนรู้ที่จะอยู่กับความล้มเหลว มันคือชีวิต เพราะชีวิตก็เป็นแบบนี้” การศึกษาที่ต้อนรับธรรมชาติของความเป็นมนุษย์ จะสอนให้เด็กเรียนรู้ เปิดใจกว้างยอมรับ และให้เวลากับความเสียใจ
“การสังเกตข้างในจะทำให้รู้ที่มาของ ‘เสียงในหัว’ เห็นความหวั่นไหวที่เกิดขึ้น และเมื่อเห็นก็จะเข้าสู่การหลุดพ้น เป็นเส้นทางของการตระหนักรู้ที่เริ่มจากการยอมรับ” อาจารย์ย้ำว่า “มนุษย์เรามีศักยภาพเหลือเฟือเพื่อที่จะดำรงอยู่”
ชวนกลับมา connect กับตัวเอง
“แก่นของจิตตปัญญาคือการกลับมา connect หรือเชื่อมโยงกับตัวเอง ตระหนักรู้ เข้าใจตัวเอง ไม่ด้อยค่าตัวเอง เห็นคุณค่าของความเป็นมนุษย์ ซึ่งทุกคนมีในตัวอยู่แล้ว และต้องเสริมไปเรื่อย ๆ โดยไม่ตัดทอน และไม่ให้ “ความกลัว” เข้ามาเป็นอุปสรรคสำคัญ กล้าถาม กล้าผิด และกล้าสำรวจ”
“จิตตปัญญาทำให้คนเห็นคุณค่าความหมายของการมีอยู่ที่เป็นนามธรรม” อาจารย์ย้ำว่าค่าของคนไม่ต้องเอาผลลัพธ์ ผลิตภาพ หรือประสิทธิภาพมาชั่งตวงวัด เพราะแต่ละคนมีคุณค่าความเป็นมนุษย์อยู่ในตัวเองอยู่แล้ว
พื้นที่ปลอดภัย... ความธรรมดาที่แสนพิเศษ
“การศึกษาควรลดท่าทีการตัดสินผิด/ถูก เปิดพื้นที่ให้แลกเปลี่ยน แสดงความคิดเห็น เปิดกว้าง สร้างพื้นที่ปลอดภัยที่สามารถเหนื่อยได้ ไม่ไหวได้ ยังไม่อยาก move on ได้ ไม่ไหวก็พักก่อนได้”
อาจารย์เพิ่มเติมว่า “จิตตปัญญาชวนให้เห็นสิ่งที่เราลืมไปในระบบการศึกษา deep listening (การฟังอย่างลึกซึ้ง) reflection (การสะท้อนใคร่ครวญ) เป็นกระบวนการที่ชวนให้กล้าและกระตือรือร้นที่จะมีส่วนร่วม”
“ทักษะสำคัญในศตวรรษที่ 21 คือความนิ่ง การดำรงอยู่ท่ามกลางโลกที่วุ่นวายนี้ ให้นิ่งเหมือนนั่งอยู่ที่ตาพายุ แล้วมองพายุที่โหมกระหน่ำ”
อาจารย์ชัชวาลย์ปิดท้ายว่า “การตระหนักรู้ รู้เท่าทัน ทำให้เราอยู่กับโลกที่ท้าทาย แม้เจอวิกฤตใหญ่หลวงก็ยังกลับมาตั้งหลักได้ ถึงจะหกล้มก็ยังไม่ต้องรีบลุกก็ได้ เพราะการล้มแต่ละครั้งคือการเรียนรู้และเดินต่อ เรียนรู้เพื่อให้เกิดความเข้าใจในความไม่สมหวัง ไม่ได้อย่างใจ ว่าเป็นเรื่องธรรมดา แล้ววางใจได้ ทำใจได้เพื่อความงอกงาม”